เศรษฐกิจไทยปี 2567 คาดการณ์ว่าจะขยายตัวที่ร้อยละ 2.5 โดยภาคการท่องเที่ยว และอุปสงค์ภายในประเทศโดยเฉพาะการบริโภคภาคเอกชนเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสําคัญ อย่างไรก็ดี ยังต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกต่อเศรษฐกิจไทยอย่างใกล้ชิด

ปี 2567 เป็นอีกหนึ่งปีที่สร้างความท้าทายให้กับบริษัท เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มเติบโตใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 3.1% ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีในช่วงก่อนโควิด-19 ที่เฉลี่ยราว 3.7% เนื่องจากผลเชิงบวกจากการเปิดประเทศ และมาตรการกระตุ้นช่วงโควิด-19 ขณะที่ผลเชิงลบจากหลายปัจจัยอาจบั่นทอนการเติบโต ทั้งการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ความเสี่ยงต่อภาวะชะงักงันทางเศรษฐกิจในยุโรป ภาวะภัยแล้งจากปรากฏการณ์เอลนีโญ่ (El Nino) สงครามรัสเซีย-ยูเครน และความตึงเครียดในตะวันออกกลาง การแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจซึ่งนำโดยสหรัฐอเมริกาและจีน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโลก และอาจทำให้กระแสโลกาภิวัฒน์ที่แตกเป็นเสี่ยงเสี้ยว (Fragmented Globalization) สร้างแรงกระเพื่อมต่อการค้าและการลงทุนทั่วโลก

นอกจากนี้ การใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยสูงในหลายประเทศในช่วงปี 2566-2567 ยังกระทบต้นทุนและภาระหนี้ของภาครัฐและเอกชน ดังนั้นโดยภาพรวมแล้ว เศรษฐกิจโลกยังมีความเสี่ยงที่จะซบเซา อย่างไรก็ตาม แรงกดดันเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มบรรเทาลงในปี 2567 จะช่วยเปิดทางให้ประเทศแกนหลักสามารถปรับลดดอกเบี้ยเพื่อประคองมิให้เศรษฐกิจอ่อนแอยาวนาน

ขณะที่เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มเติบโตตามวัฎจักรเศรษฐกิจ แม้การฟื้นตัวจะยังไม่กระจายตัวและยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยในปี 2567 เศรษฐกิจมีการขยายตัวที่ 2.5% ด้วยแรงส่งส่วนใหญ่จากปัจจัยภายในประเทศ ได้แก่ การฟื้นตัวต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว การบริโภคภาคเอกชนยังคงเติบโตต่อเนื่องจากการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวและการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น การใช้จ่ายภาครัฐที่มีบทบาทมากขึ้นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การลงทุนภาคเอกชนที่คาดว่าจะเติบโตจากการเติบโตของภาคบริการ และกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยภาพรวมแล้ว เศรษฐกิจจะมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น แต่อัตราการเติบโตยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาคอาเซียน สำหรับปัจจัยภายในประเทศที่อาจกดดันการเติบโตของเศรษฐกิจไทย ได้แก่ ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงท่ามกลางต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น ผลกระทบจากภัยแล้งที่อาจรุนแรงขึ้น รวมทั้งปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น ประชากรสูงวัย การขาดแคลนแรงงาน และความสามารถในการแข่งขันที่ลดลงในหลายอุตสาหกรรม ส่วนปัจจัยภายนอกที่อาจสร้างความเสี่ยงในปี 2567 ได้แก่ ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยในประเทศแกนหลักของโลกที่สูงสุดในรอบกว่าสองทศวรรษอาจกดดันเศรษฐกิจโลกและภาคการเงิน การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนท่ามกลางความเปราะบางในภาคอสังหาริมทรัพย์ การแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐอเมริกา และจีน รวมถึงความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจขยายวงกว้างในระยะต่อไป

ความคืบหน้าในคดีโครงการแอชตัน อโศก ฝ่ายบริหารและบริษัทย่อยเจ้าของโครงการอยู่ระหว่างการพิจารณาหาแนวทางร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีอยู่หลายแนวทางเพื่อหาแนวทางที่เหมาะสม โดยบริษัทย่อยเจ้าของโครงการมีความมั่นใจว่าจะสามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาภายใต้กรอบของกฎหมายได้ โดยประเมินว่าระยะเวลาการแก้ไขปัญหาน่าจะมีความชัดเจนภายในไตรมาส 1 ปี 2568 อย่างไรก็ตามขั้นตอนการแก้ไขปัญหาดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับหน่วยงานหลายภาคส่วน ระยะเวลาดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป

บริษัทยังคงเตรียมความพร้อมที่จะรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา โดยในปีที่ผ่านมาบริษัทได้ปรับเปลี่ยนแผนธุรกิจอย่างต่อเนื่องให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่แปรเปลี่ยนไป บริษัทยังคงมุ่งเน้นการดำเนินงานควบคู่กันกับการบริหารความเสี่ยงและอยู่บนพื้นฐานของการพัฒนาอย่างยั่งยืนและหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม และจากการดำเนินงานบนหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี บริษัทได้รับผลการประเมินการสำรวจการกำกับดูแลกิจการตามโครงการ Corporate Governance Report of Thai listed Companies (CGR) ในระดับดีเลิศ (Excellent) จากสถาบันกรรมการบริษัทไทย (Thai Institute of Directors : IOD) เป็นปีที่ 8 ติดต่อกัน ผมขอแสดงความยินดีกับทีมผู้บริหารและพนักงานของบริษัททุกท่านที่ร่วมแรงร่วมใจในการรักษาอันดับด้านการกำกับดูแลกิจการ ซึ่งเราถือปฏิบัติมาโดยตลอด

ผมขอขอบคุณคณะกรรมการ ผู้บริหาร พนักงานของบริษัทและบริษัทย่อย ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบภายใต้หลักธรรมาภิบาล และขอบคุณผู้มีส่วนได้เสีย ผู้ถือหุ้น ลูกค้า สถาบันการเงิน พันธมิตรทางธุรกิจ ที่ให้ความไว้วางใจและให้การสนับสนุนกิจการของบริษัทด้วยดีตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา