บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจในด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

ทั้งโครงการคอนโดมิเนียม โครงการบ้านจัดสรรและทาวน์เฮ้าส์ในเขตกรงุเทพมหานครและปริมณฑล โดยบริษัทและบริษัทในเครือได้พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม ภายใต้แบรนด์ แอชตัน ไอดีโอคิว เวนิโอ ไอดีโอโมบิ ไอดีโอ เอลลิโอ และ ยูนิโอ โดยเน้นการเชื่อมโยงกับสถานีรถไฟฟ้า เพื่อสร้างความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตของผู้พักอาศัย ในส่วนของโครงการบ้านจัดสรรและทาวน์เฮ้าส์ บริษัทและบริษัทในเครือได้พัฒนาโครงการภายใต้แบรนด์ อาร์เทล แอริ เอโทล อาร์เด้น เออร์บานิโอ และยูนิโอ ทาวน์ ด้วยแนวคิดและการออกแบบสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ตอบโจทย์ความต้องการในแต่ละกลุ่มลูกค้า

บริษัทเน้นรูปแบบธุรกิจที่มีการหมุนเวียนของสินทรัพย์อย่างรวดเร็ว

บริษัทเน้นรปูแบบธุรกิจที่มีการหมนุเวียนของสินทรัพย์อย่างรวดเร็ว โดยก่อนการซื้อที่ดิน บริษัทมีการศึกษาความเป็นไปได้ ทั้งในด้านทำเลที่ต้อง การตลาด ราคาที่เหมาะสม ค่าใช้จ่าย และวิเคราะห์กระแสเงินสดโดยละเอียด เพื่อพิจารณาเลือกที่ดินที่มีศักยภาพ และสามารถนำมาพัฒนาได้ในทันทีหรือในระยะเวลาอันใกล้

นอกจากนี้ บริษัทยังมุ่งเน้นพัฒนานวัตกรรมด้านการออกแบบ ผลิตภัณฑ์ และการก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับปรุงคุณภาพ ให้ดียิ่งขึ้นและควบคุมต้นทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด สร้างมูลค่าเพิ่มและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ทั้งยังมุ่งเน้น พัฒนากระบวนการขายและการดูแลลูกค้าหลังการขายเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า โดยในรอบปีที่ผ่านมา บริษัทมีการดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่องจากหน่วยงานของบริษัทภายใต้ชื่อ "Mr. Smile" เพื่อพัฒนาการบริการหลังการขายให้มีประสิทธิภาพ และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า สะท้อนมายังผลการประเมินความพอใจจากลูกค้าในปี 2562 ที่อยู่ที่ระดับ ร้อยละ 83 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2561 ที่ร้อยละ 82

โครงการร่วมทุน มูลค่ารวม
142,400
ล้านบาท
พัฒนาโครงการร่วมกัน
34 โครงการ

บริษัทดำเนินงานโดยมีพันธมิตรหลักคือกลุ่มบริษัท มิตซุย ฟูโดซัง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทสญี่ปุ่น ที่ช่วยส้รางความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2556 กล่าวคือ ได้มีการนำนวัตกรรมชั้นนำในการออกแบบและการก่อสร้างโครงการของบริษัท ซึ่งทำให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น ต้นทุนลดลง รวมถึงมีดีไซน์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ณ สิ้นปี 2562 บริษัท และมิตซุย ฟูโดซัง มีการพัฒนาโครงการร่วมกันทั้งหมด 34 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวม 142,400 ล้านบาท

นอกจากการสร้างแบรนด์ที่ชัดเจนและการสร้างฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งภายในประเทศแล้ว บริษัทยังมีการขยายการขายไปยังต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเทศที่มีกำลังซื้อสูง เช่น จีน สิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน เป็นต้น ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยในปี 2562 บริษัทมียอดขายจากผู้ซื้อต่างประเทศ อยู่ที่กว่า 5,200 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทได้มีการร่วมมือในธุรกิจเซอร์วิส อพาร์ทเม้นท์อีก 1 โครงการ กับพันธมิตรหลัก มิตซุย ฟูโดซัง และพันธมิตรชั้นนำระดับโลก ดิ แอสคอทท์ ลิมิเต็ด ในทำเลศักยภาพสูงเพื่อสร้างรายได้ประจำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทได้กำหนดให้มีเป้าหมายในการขยายธุรกิจเซอร์วิส อพาร์ทเม้นท์ ที่สร้างรายได้ประจำอย่างต่อเนื่องให้บริษัทเป็นเป้าหมายระยะยาว

คณะกรรมการบริษัทได้มีส่วนร่วมในการกำหนดวิสัยทัศน์และพันธกิจของบริษัท รวมถึงพิจารณาทบทวนนโยบายการดำเนินงาน และกลยุทธ์ต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงและปัจจัยท้าทายต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกประเทศ และได้มีการสื่อความเพื่อให้ผู้บริหารและพนักงานทุกคนเข้าใจและมีจุดมุ่งหมายไปในทิศทางเดียวกัน รวมถึงได้มีการนำนโยบายและกลยุทธ์นั้นไปปฏิบัติเพื่อพัฒนาการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย

บริษัทเน้นย้ำในเรื่องวินัยทางการเงินมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความแข็งแกร่งของบริษัทอย่างยั่งยืน โดยมีนโยบายดำรงอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของเจ้าของอยู่ในระดับ 1 เท่าในระยะยาว รวมถึงมีการสำรองเงินสดอยู่ในระดับที่เหมาะสม และแข็งแกร่ง เพียงพอเพื่อรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต

บริษัทในเครือของอนันดา ประกอบด้วย กลุ่มบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ บริษัท เฮลิกซ์ จำกัด บริษัท ดิเอเจ้นท์ (พรอพเพอร์ตี้ เอ็กซ์เพิร์ท) จำกัด และบริษัท เดอะเวิร์คส์ คอมมิวนิตี้ แมนเนจเม้นท์ จำกัด โดยที่บริษัทในเครือทั้งหมดมีการทำงานสอดประสานกัน เพื่อสนับสนุน และขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจของอนันดาในภาพรวมให้เติบโตอย่างยั่งยืน

บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ยังคงมุ่งมั่นในการรักษาความเป็นผู้นำในการสร้างคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้า พัฒนาโครงการบ้านจัดสรรและทาวน์เฮ้าส์อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเพิ่มช่องทางการสร้างรายได้ประจำ บนกรอบนโยบายของการรักษาวินัยทางการเงิน

" เพื่อสร้างความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจของบริษัทอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งยังคงมุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรของบริษัทอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่สำคัญของบริษัท และเน้นย้ำการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสังคมและสิ่งแวดล้อม "